ปกบทความโซนหัวใจ: 5 โซน เทียบ ACSM Garmin Polar
RUNNING SCIENCE SERIES — ตอนที่ 6

Heart Rate Zones
โซนหัวใจ: วิธีซ้อมให้ถูกระบบ

โซน 2 ของนาฬิกาไม่ได้เท่ากับ “ความหนักปานกลาง” ของ ACSM สูตร 220 − อายุ เป็นเพียงค่าประมาณ และอาจต่างจาก HRmax จริงได้มากกว่า 10 ครั้งต่อนาที และอากาศร้อนชื้นแบบไทยทำให้ชีพจรขึ้นทั้งที่เพซเท่าเดิม บทนี้รวมเกณฑ์จากหน่วยงานทางการแพทย์และการกีฬา พร้อมเครื่องคำนวณโซนของคุณ

01โซนหัวใจคืออะไร

โซนหัวใจ (Heart Rate Zones) คือการแบ่งความหนักของการออกกำลังกายเป็นช่วง โดยใช้อัตราการเต้นของหัวใจ (HR) เป็นตัวชี้วัด ระบบที่ใช้กันทั่วไปคำนวณจาก อัตราการเต้นหัวใจสูงสุด (HRmax) หรือ HRmax ร่วมกับ อัตราการเต้นหัวใจขณะพัก (HRrest) และยังมีระบบที่ยึด Lactate Threshold Heart Rate หรือจุด Threshold ทางสรีรวิทยา

ข้อดีของการดูชีพจรประกอบเพซคือ ชีพจรช่วยบอกว่าร่างกายกำลังรับภาระหนักแค่ไหน ไม่ใช่ดูจากเพซอย่างเดียว ในวันที่ร้อน ชื้น หรือร่างกายยังไม่ฟื้น เพซเดิมอาจเป็นภาระที่หนักขึ้น ซึ่งชีพจรจะบอกได้ ส่วนข้อเสียคือ ถ้าค่าพื้นฐานผิด โซนทุกโซนที่คำนวณจากค่านั้นก็ผิดตามไปด้วย หัวข้อถัดไปจึงสำคัญที่สุด

หลักการที่บทนี้ยึด: ตัวเลขเกณฑ์ใช้ของหน่วยงานที่ออกแนวปฏิบัติ (American College of Sports Medicine – ACSM, American Heart Association – AHA) และคู่มือของผู้ผลิตนาฬิกาโดยตรง งานวิจัยรายชิ้นจะระบุว่าเป็นผลของการศึกษาชิ้นนั้น ไม่นำมาสรุปเป็นข้อเท็จจริงทั่วไป

02HRmax — สูตรไหนเชื่อได้แค่ไหน

วิธีที่แม่นที่สุดคือวัดจริงจากการทดสอบออกกำลังกายจนถึงระดับสูงสุด (Graded Exercise Test) ซึ่งควรทำภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ถ้ายังไม่ได้วัด ทุกคนจะเริ่มจากสูตรที่ใช้อายุประมาณค่า

220 − อายุ
HRmax ≈ 220 − อายุ
สูตรที่ AHA ใช้ในหน้าแนะนำชีพจรเป้าหมาย โดย AHA ระบุเองว่าเป็นค่าเฉลี่ย ใช้เป็นแนวทางทั่วไป
Tanaka (2001)
HRmax ≈ 208 − 0.7 × อายุ
ได้จากการวิเคราะห์รวม 351 การศึกษา ผู้เข้าร่วม 18,712 คน (ผู้ใหญ่) และยืนยันซ้ำในห้องแล็บ 514 คน อายุ 18–81 ปี สมการไม่ต่างกันระหว่างชายกับหญิง และไม่ต่างตามระดับการออกกำลังกายประจำ
ค่าจริงของแต่ละคนกระจายรอบค่าที่คำนวณได้ประมาณ ±10 ครั้ง/นาที (1 SD ตามที่ผู้วิจัยรายงาน)
Gellish (2007)
HRmax ≈ 207 − 0.7 × อายุ
วิเคราะห์ย้อนหลังผลทดสอบสมรรถภาพ 908 ครั้ง จากคน 132 คนที่หลากหลายทั้งอายุและความฟิต ซึ่งทดสอบซ้ำที่ศูนย์ฟิตเนสของมหาวิทยาลัยระหว่างปี 1978–2003 (ไม่ใช่กลุ่มนักกีฬาโดยเฉพาะ)
สิ่งที่ต้องเข้าใจ: ±10 ครั้ง/นาทีที่เป็นค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หมายความว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ HRmax จริงต่างจากสูตรเกิน 10 ครั้ง/นาที ถ้าใช้สูตรตั้งโซน ให้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น แล้วปรับตามข้อมูลจริงของตัวเอง ค่าสูงสุดจากการแข่งขันที่ออกแรงเต็มที่ใช้เป็นข้อมูลประกอบได้ แต่ต้องตรวจว่าไม่ใช่ค่าที่เซนเซอร์อ่านผิด และไม่จำเป็นต้องเท่ากับ HRmax จริง

Heart Rate Reserve (วิธี Karvonen)

HEART RATE RESERVE (HRR)
ชีพจรเป้าหมาย = HRrest + (HRmax − HRrest) × % ความหนัก

ACSM กำหนดความหนักด้วย %HRR ควบคู่กับ %HRmax วิธีนี้นำชีพจรขณะพักมาคิดด้วย คนที่ HRrest ต่ำ (มักเป็นคนที่ฟิตกว่า) จะได้ช่วงโซนที่ต่างจากการคิดแบบ %HRmax ตรง ๆ วัด HRrest ให้แม่นโดยวัดตอนตื่นนอนก่อนลุกจากเตียงหลาย ๆ วันแล้วเฉลี่ย

03เครื่องคำนวณโซนหัวใจ

ใส่อายุ (18–81 ปี ตามช่วงอายุที่สูตร Tanaka ยืนยันในห้องแล็บ) และชีพจรขณะพัก ถ้าเคยวัด HRmax จริงให้ใส่ค่านั้นแทน ระบบจะเทียบช่วงความหนักตามเกณฑ์ ACSM และโซนเริ่มต้นของนาฬิกา Garmin/Polar ให้เห็นในตารางเดียว

ตัวเลขเป็นค่าประมาณเพื่อวางแผนการซ้อมเท่านั้น ค่าที่เป็นจุดแบ่งจะเป็นขอบของสองโซนที่อยู่ติดกัน ผู้ที่มีโรคหัวใจหรือกินยาที่มีผลต่อชีพจร AHA แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เรื่องชีพจรเป้าหมายของตัวเอง

04ACSM vs Garmin vs Polar — คำว่า “Zone 2” ไม่เท่ากัน

ปัญหาที่ทำให้นักวิ่งสับสนคือ แต่ละที่ใช้ชื่อเรียกและเกณฑ์ต่างกัน ตารางนี้วางเกณฑ์จากเอกสารทางการของแต่ละแหล่งไว้เทียบกัน

ACSM Position Stand 2011
ระดับ%HRmax%HRR
เบามากต่ำกว่า 57ต่ำกว่า 30
เบา57–6330–39
ปานกลาง64–7640–59
หนัก77–9560–89
เกือบสูงสุด96 ขึ้นไป90 ขึ้นไป
AHA หน้าชีพจรเป้าหมาย
ระดับ%HRmax
ปานกลางประมาณ 50–70
หนักประมาณ 70–85

AHA ไม่ได้กำหนดเป็น %HRR

Garmin ค่าเริ่มต้น
โซน%HRmax
Zone 150–60
Zone 260–70
Zone 370–80
Zone 480–90
Zone 590–100

เปลี่ยนไปตั้งโซนเป็น %HRR หรือ Lactate Threshold ได้ในเครื่อง

Polar ค่าเริ่มต้น
โซน%HRmax
Zone 150–60
Zone 260–70
Zone 370–80
Zone 480–90
Zone 590–100

ช่วงค่าเริ่มต้นเท่ากับ Garmin

สิ่งที่ตารางนี้บอก
  • Zone 2 ของนาฬิกา (60–70% HRmax) คาบเกี่ยวระหว่างระดับ “เบา” กับ “ปานกลาง” ของ ACSM ไม่ได้ตรงกับคำว่า “ปานกลาง” แบบเป๊ะ
  • Garmin และ Polar ใช้ช่วง %HRmax ค่าเริ่มต้นชุดเดียวกัน ถ้าโซนของ 2 เครื่องไม่ตรงกัน มักเป็นเพราะตั้ง HRmax ไว้ไม่เท่ากัน หรือเครื่องหนึ่งเปลี่ยนไปใช้ %HRR / Lactate Threshold แล้ว
  • คู่มือ Garmin ระบุว่ากำหนดโซนเป็นค่า bpm โดยตรงได้ หรือคำนวณจาก %HRmax, %HRR และ %Lactate Threshold Heart Rate ซึ่งค่า Lactate Threshold กรอกเอง ใช้ระบบตรวจจับอัตโนมัติ หรือทำแบบทดสอบในเครื่องก็ได้

05โซนที่ยึดจุด Threshold

ในงานวิจัยด้านกีฬาความทน นิยมแบ่งความหนักโดยยึดจุดเปลี่ยนทางสรีรวิทยา 2 จุด แทนการใช้ % ของ HRmax

  • Threshold แรก (LT1 / Aerobic Threshold) — จุดที่แลคเตตในเลือดเริ่มสูงกว่าระดับพัก งานทบทวนของ Seiler (2010) ใช้ระดับประมาณ 2 มิลลิโมล/ลิตร เป็นเส้นแบ่ง “ความหนักต่ำ”
  • Threshold ที่สอง (LT2 / Anaerobic Threshold) — จุดที่แลคเตตเริ่มสะสมเร็วจนรักษาความเร็วนั้นได้ไม่นาน

จุดทั้งสองเกิดที่ % HRmax ต่างกันมากในแต่ละคน จึงไม่มีตัวเลข % ที่ใช้ได้กับทุกคน วิธีที่ยืนยันได้คือการวัดแลคเตตหรือการทดสอบในแล็บ นาฬิกาบางรุ่นประมาณ Lactate Threshold Heart Rate เพื่อใช้ตั้งโซนได้ แต่เป็นค่าประมาณของอุปกรณ์ ไม่เทียบเท่าการตรวจหา Threshold ทั้งสองจุดในห้องแล็บ

ระบบ 3 โซน (ยึด Threshold)
ต่ำต่ำกว่า Threshold แรก
กลางระหว่าง 2 Threshold
สูงสูงกว่า Threshold ที่สอง

06การแบ่งความหนัก 80/20 — หลักฐานมีแค่ไหน

สิ่งที่สังเกตได้ในนักกีฬาระดับสูง: งานทบทวนของ Seiler (2010) ใน International Journal of Sports Physiology and Performance สรุปว่านักกีฬาความทนระดับชาติและนานาชาติ ซ้อมราว 80% ของจำนวนครั้งที่ความหนักต่ำ (ประมาณแลคเตต 2 มิลลิโมล/ลิตร) และราว 20% เป็นช่วงหนัก เช่น interval ที่ประมาณ 90% VO₂max

การทดลองเปรียบเทียบ: Stöggl และ Sperlich (2014) ใน Frontiers in Physiology สุ่มนักกีฬาความทนที่ฝึกมาดี 48 คน (วิ่ง จักรยาน ไตรกีฬา สกี) เข้า 4 รูปแบบการซ้อมเป็นเวลา 9 สัปดาห์ (มี 41 คนอยู่จนจบ) กลุ่ม Polarized ในการทดลองนี้ซ้อมจริงในสัดส่วนจำนวนครั้ง ต่ำ 68% / ระดับ Threshold 6% / สูง 26% (ไม่ใช่ 80/20 ตรงตัว) และมี VO₂peak เพิ่มมากที่สุด (+11.7%) และมากกว่ากลุ่ม Threshold กับกลุ่ม High-volume อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ต่างอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่ม HIIT ส่วนเวลาจนหมดแรงในการทดสอบ ไม่มีความต่างระหว่างกลุ่ม

อ่านผลให้ถูก: นี่คือการทดลองชิ้นเดียวในนักกีฬาที่ฝึกมาดี ระยะ 9 สัปดาห์ จึงยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า 80/20 ดีที่สุดสำหรับทุกคน สิ่งที่ใช้ได้กว้าง ๆ คือ วันซ้อมเบาควรเบาจริง เพื่อให้มีแรงเหลือสำหรับวันซ้อมหนัก

07วิ่งตามชีพจรในอากาศร้อนชื้นแบบไทย

ACSM Expert Consensus Statement on Exertional Heat Illness (2023) อธิบายว่า เมื่อออกกำลังกายในที่ร้อน ความท้าทายหลักของร่างกายคือต้องเพิ่มปริมาณเลือดที่หัวใจสูบออก (cardiac output) เพื่อส่งเลือดไปทั้งกล้ามเนื้อและผิวหนังเพื่อระบายความร้อน ยิ่งร้อนมาก ภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดก็ยิ่งสูง ผลที่นักวิ่งเห็นบนนาฬิกาคือ เพซเดิม ชีพจรสูงขึ้น

อากาศช่วงแข่งของไทยเป็นอย่างไร

ตัวอย่างจากข้อมูลที่ TheSubList คำนวณไว้ใน คู่มือกรุงเทพมาราธอน (ข้อมูลย้อนหลัง Open-Meteo ช่วง 3–17 ม.ค. ปี 2016–2026 เวลาตี 1 ถึง 7 โมงเช้า) อุณหภูมิมัธยฐานอยู่ราว 23–25°C และความชื้นสัมพัทธ์ราว 74–86% นี่คือช่วงที่เย็นที่สุดของปีในกรุงเทพฯ แล้ว ช่วงซ้อมเดือนอื่นมักร้อนกว่านี้

ใช้อย่างไรในทางปฏิบัติ

  • วันซ้อมเบา ดูชีพจรและความรู้สึกเป็นหลัก ไม่ฝืนรักษาเพซ — โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน ถ้าชีพจรขึ้นเกินโซนที่ตั้งไว้ ให้ลดความเร็วลง
  • ให้เวลาร่างกายปรับตัว — ACSM แนะนำช่วงปรับตัวกับความร้อน 1–2 สัปดาห์ โดยค่อย ๆ เพิ่มความหนักและระยะเวลาการออกกำลังกาย ระหว่างนั้นชีพจรที่เพซเดียวกันมักลดลงเมื่อร่างกายปรับตัวได้
  • ดูค่า WBGT ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ — ACSM ใช้ค่า WBGT (ที่รวมความร้อน ความชื้น แดด และลม) เป็นเกณฑ์ปรับหรือยกเลิกการซ้อมและการแข่ง และแนะนำให้ใช้ค่าที่วัดหรือประมาณสำหรับพื้นที่ของตัวเอง
  • เทียบชีพจรกับเพซเฉพาะวันที่อากาศใกล้กัน — การดูพัฒนาการจาก “เพซที่ชีพจรเท่าเดิม” ควรเทียบในสภาพอากาศใกล้เคียงกัน ไม่เช่นนั้นจะสับสนระหว่างความฟิตกับผลของอากาศ

08นาฬิกาข้อมือ vs สายคาดอก

นาฬิกาส่วนใหญ่วัดชีพจรที่ข้อมือด้วยแสง (Optical / PPG) โดยวัดการเปลี่ยนแปลงของเลือดใต้ผิวหนัง ส่วนสายคาดอกวัดสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจโดยตรง ค่าจากแสงได้รับผลจากการสวมที่หลวม การเคลื่อนไหวของแขน และการเปลี่ยนความเร็วเร็ว ๆ มากกว่า

  • สวมนาฬิกาให้แน่นพอที่ไม่ขยับ และอยู่เหนือกระดูกข้อมือเล็กน้อย
  • ถ้าซ้อม interval หรือทดสอบหา Threshold และต้องการตัวเลขที่ละเอียด สายคาดอกเป็นทางเลือกที่วัดจากหัวใจโดยตรง อ่านต่อใน บทความเลือกสายคาดอกวัดหัวใจ
  • ชีพจรตามการเปลี่ยนความหนักไม่ทันทันที ในช่วงต้นของ interval สั้น ๆ ค่าที่เห็นจะยังต่ำกว่าความหนักจริง จึงใช้ความรู้สึกหรือเพซคุม interval สั้นจะเหมาะกว่า

09นำไปใช้จริง

1
ตั้งค่าพื้นฐานให้ถูกก่อน — เริ่มจากสูตร Tanaka แล้วแก้เป็นค่าที่วัดได้จริงเมื่อมีข้อมูล วัด HRrest ตอนตื่นนอนหลายวันแล้วเฉลี่ย
2
เลือกระบบเดียวแล้วใช้ให้สม่ำเสมอ — %HRmax ของนาฬิกา, %HRR แบบ ACSM หรือ Lactate Threshold ก็ได้ แต่ตั้งทุกเครื่องและทุกแอปให้ใช้ค่าเดียวกัน
3
วันเบาให้เบาจริง — พูดเป็นประโยคได้สบาย ชีพจรอยู่ในโซนต่ำที่ตั้งไว้ วันร้อนให้ลดเพซตามชีพจร
4
วันหนักใช้ชีพจรประกอบ ไม่ใช่ตัวคุมหลัก — interval สั้นคุมด้วยเพซหรือความรู้สึก แล้วดูชีพจรหลังจบเซตเพื่อประเมิน
5
ติดตามพัฒนาการอย่างยุติธรรม — จดเพซที่ชีพจรเดียวกันทุก 4–6 สัปดาห์ บนเส้นทางและช่วงเวลาที่อากาศใกล้กัน

ถ้าเป้าหมายคือเวลาในสนาม ใช้ เครื่องคำนวณเพซ และ Race Predictor ของ TheSubList วางเพซแข่งควบคู่กับโซนหัวใจ และดูวันแข่งในฤดูที่อากาศเย็นที่สุดได้จาก ปฏิทินงานวิ่ง

10FAQ

🤔 นาฬิกาบอก Zone 2 แต่รู้สึกหอบ เป็นเพราะอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือ HRmax ในเครื่องไม่ตรงกับของจริง เพราะใช้สูตรตามอายุซึ่งคลาดเคลื่อนได้ราว ±10 ครั้ง/นาที หรือวันนั้นอากาศร้อนชื้น ให้ตรวจค่า HRmax ในเครื่องก่อน และลองตั้งโซนแบบ %HRR หรือ Lactate Threshold
🤔 Garmin กับ Polar ขึ้นโซนไม่ตรงกัน ทำไม
ค่าเริ่มต้นของทั้งสองใช้ช่วง %HRmax ชุดเดียวกัน ถ้าไม่ตรงกันมักเป็นเพราะตั้ง HRmax ไม่เท่ากัน หรือเครื่องหนึ่งใช้ %HRR หรือ Lactate Threshold อยู่ ตั้งค่าพื้นฐานให้เหมือนกันแล้วโซนจะสอดคล้องกัน
🤔 Zone 2 ของนาฬิกาคือ “ความหนักปานกลาง” ตามคำแนะนำสุขภาพหรือเปล่า
ไม่ตรงกันพอดี Zone 2 ของ Garmin/Polar คือ 60–70% HRmax ส่วนระดับ “ปานกลาง” ของ ACSM คือ 64–76% HRmax ดังนั้น Zone 2 บางส่วนอยู่ในระดับ “เบา” ของ ACSM
🤔 อายุมากขึ้น HRmax ลดลง ต้องปรับอะไร
ตามสูตร Tanaka HRmax ลดลงประมาณ 0.7 ครั้ง/นาทีต่อปี ให้ทบทวนค่า HRmax ในนาฬิกาเป็นระยะ หรือใช้ค่าที่วัดได้ใหม่ โซนทั้งหมดจะเลื่อนตาม
🤔 ซ้อมในที่ร้อนแล้วชีพจรสูงกว่าปกติ อันตรายไหม
ชีพจรที่สูงขึ้นในที่ร้อนเป็นการตอบสนองปกติของร่างกาย แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น เวียนหัวมาก สับสน พูดไม่รู้เรื่อง หรือเดินเซ ให้หยุดทันที ขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์สนามหรือโทร 1669 และเริ่มทำให้ร่างกายเย็นลงโดยเร็วระหว่างรอ เช่น ย้ายเข้าที่ร่มและใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง เพราะความผิดปกติของสมองแบบนี้เป็นสัญญาณสำคัญของโรคลมร้อนจากการออกกำลังกาย (Exertional Heat Stroke) ตามที่ ACSM ระบุ

อ้างอิง

  • American College of Sports Medicine; Garber CE, et al. (2011). Quantity and Quality of Exercise for Developing and Maintaining Cardiorespiratory, Musculoskeletal, and Neuromotor Fitness in Apparently Healthy Adults: Guidance for Prescribing Exercise. Medicine & Science in Sports & Exercise, 43(7), 1334–1359. doi:10.1249/MSS.0b013e318213fefb
  • Roberts WO, Armstrong LE, Sawka MN, Yeargin SW, Heled Y, O’Connor FG. (2023). ACSM Expert Consensus Statement on Exertional Heat Illness: Recognition, Management, and Return to Activity. Current Sports Medicine Reports, 22(4), 134–149.
  • American Heart Association. Target Heart Rates Chart. heart.org
  • Garmin. About Heart Rate Zones (คู่มือผู้ใช้ Forerunner). garmin.com
  • Polar. Heart Rate Zones (คู่มือผู้ใช้). support.polar.com
  • Tanaka H, Monahan KD, Seals DR. (2001). Age-predicted maximal heart rate revisited. Journal of the American College of Cardiology, 37(1), 153–156.
  • Gellish RL, et al. (2007). Longitudinal modeling of the relationship between age and maximal heart rate. Medicine & Science in Sports & Exercise, 39(5), 822–829.
  • Seiler S. (2010). What is best practice for training intensity and duration distribution in endurance athletes? International Journal of Sports Physiology and Performance, 5(3), 276–291.
  • Stöggl T, Sperlich B. (2014). Polarized training has greater impact on key endurance variables than threshold, high intensity, or high volume training. Frontiers in Physiology, 5, 33.
  • TheSubList. คู่มือกรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 37 — ข้อมูลอากาศช่วงแข่ง (Open-Meteo archive). thesublist.run
SUB LIST

สนามถัดไปอาจพาคุณเข้า Sub List

ส่งผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ทีมงานยืนยันสถิติให้ แล้วขึ้นการ์ดนักวิ่งของคุณบนลิสต์

ส่งผลการแข่งขัน
The Sub List

สถิติจริงของขาแรงไทย ดูได้ที่นี่

ดูเวลาจริงของนักวิ่งไทย 108 คนที่ยืนยันด้วยผลชิปทางการ แยกตามระยะและสนาม