วางแผนซ้อมวิ่งแบบ Jack Daniels

jack daniels plan final
วางแผนซ้อมวิ่งแบบ Jack Daniels — TheSubList Draft
RUNNING SCIENCE SERIES
DRAFT

วางแผนซ้อมวิ่งแบบ Jack Daniels

ระบบ E/M/T/I/R ที่นักวิ่งทั่วโลกไว้ใจ — เข้าใจ 5 ประเภทการวิ่ง 4 ช่วงการซ้อม และวิธีออกแบบตารางซ้อมที่เหมาะกับตัวเอง

🎯 สิ่งที่คุณจะได้จากบทความนี้

  • เข้าใจ 7 หลักการซ้อมหลักของ Jack Daniels — ทำไมการซ้อมต้องมีระบบ
  • รู้จัก 5 ประเภทการวิ่ง (E, M, T, I, R) — เพซ, จุดประสงค์, และวิธีวัดความหนักที่ถูกต้อง
  • ตาราง VDOT → เพซซ้อมสำหรับนักวิ่งระดับ Sub-5 ถึง Sub-3 (min/km)
  • เข้าใจ 4 ช่วงการซ้อม (Phase I–IV) และ Q1/Q2 workout ที่ควรทำในแต่ละช่วง
  • Step-by-step: ออกแบบตารางซ้อมสัปดาห์ละ 5–6 วันได้ด้วยตัวเอง

สารบัญ

  1. ทำไมต้องมีระบบซ้อม?
  2. 7 หลักการพื้นฐานของ Jack Daniels
  3. 5 ประเภทการวิ่ง: E / M / T / I / R
  4. ตาราง VDOT → เพซซ้อมจริง
  5. 4 ช่วงการซ้อม (Phase I–IV)
  6. Q1 / Q2 Workouts ต่อ Phase
  7. วิธีออกแบบตารางซ้อมด้วยตัวเอง
  8. ตัวอย่างสัปดาห์ซ้อมแต่ละ Phase
  9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  10. สรุป

ในบทที่ 2 เราเรียนรู้ว่า VDOT คืออะไรและใช้วัดฟิตเนสได้อย่างไร แต่คำถามถัดไปของนักวิ่งส่วนใหญ่คือ — “แล้วฉันควรซ้อมยังไง?”

Jack Daniels ไม่ได้แค่สร้างตาราง VDOT เขาวางระบบซ้อมที่สมบูรณ์ครบวงจรไว้ในหนังสือ Daniels’ Running Formula — ตั้งแต่หลักการทางสรีรวิทยา ไปจนถึงวิธีจัดตารางซ้อมทั้งฤดูกาล ระบบนี้เป็นที่ยอมรับในวงการโค้ชวิ่งระดับสากล และสามารถปรับใช้กับนักวิ่งทุกระดับ ตั้งแต่มือใหม่จนถึง Sub-3 Marathon

1. ทำไมต้องมีระบบซ้อม?

การวิ่งสะสมระยะอย่างเดียว — “วิ่งเยอะๆ แล้วเร็วขึ้นเอง” — อาจได้ผลในช่วงแรก แต่จะถึงจุดหยุดนิ่งเร็วมาก เพราะร่างกายจะ ปรับตัวเฉพาะกับสิ่งที่ได้รับ หากซ้อมแบบเดิมทุกวัน ร่างกายจะหยุดพัฒนา

ระบบของ Daniels แก้ปัญหานี้โดยใช้หลักการ progressive overload อย่างมีโครงสร้าง — ค่อยๆ เพิ่มความหนักของการซ้อมในรูปแบบที่กระตุ้นระบบพลังงานแต่ละระบบอย่างเหมาะสม โดยไม่ทำลายร่างกาย

💡 หลักคิดสำคัญ: ไม่มีการซ้อมที่ “ดีที่สุด” ที่เหมือนกันสำหรับทุกคน แต่มีหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้ออกแบบการซ้อมที่ “เหมาะที่สุดสำหรับตัวคุณ” ได้

2. 7 หลักการพื้นฐานของ Jack Daniels

Daniels ตั้งระบบทั้งหมดบนหลักการ 7 ข้อ ซึ่งเป็น “กรอบคิด” ก่อนออกแบบการซ้อมทุกครั้ง:

7 Principles of Training
  • 1. ร่างกายตอบสนองต่อ stress — การซ้อมคือการสร้าง stress ที่ควบคุมได้ ร่างกายจะ adapt และแข็งแกร่งขึ้นในช่วงพักฟื้น
  • 2. Specificity — ร่างกายพัฒนาเฉพาะระบบที่ถูกฝึก อยากวิ่งมาราธอนเร็วขึ้น ต้องฝึกระบบที่ใช้ในการวิ่งมาราธอน
  • 3. Rate of achievement — การพัฒนาจะช้าลงเมื่อเข้าใกล้ศักยภาพสูงสุด ช่วงแรกพัฒนาเร็ว ยิ่งดีขึ้นยิ่งต้องลงทุนมากกว่าเดิม
  • 4. Personal limits — แต่ละคนมีเพดานทางพันธุกรรม การซ้อมมากเกินเพดานไม่ทำให้ดีขึ้น แต่เพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บ
  • 5. Diminishing return — เพิ่มระยะจาก 20 → 40 กม./สัปดาห์ ได้ผล 25% แต่เพิ่มจาก 80 → 160 กม./สัปดาห์ ได้ผลเพิ่มเพียง 10-15% ความเสี่ยงสูงกว่ามาก
  • 6. Accelerating setbacks — ยิ่งซ้อมหนักขึ้น ความเสี่ยงบาดเจ็บก็สูงขึ้นตาม — ต้องสมดุลระหว่างหลักการ 3 และ 6 เสมอ
  • 7. Ease of maintenance — รักษาฟิตเนสง่ายกว่าการสร้างใหม่ เมื่อถึงระดับที่ต้องการแล้ว ลดปริมาณได้มากโดยไม่สูญเสียฟิตเนส
⚖️ ความขัดแย้งหลัก: หลักการข้อ 3 บอกว่า “ซ้อมหนักกว่านี้อีกหน่อย” แต่หลักการข้อ 6 เตือนว่า “หนักกว่านี้แล้วเสี่ยงบาดเจ็บ” การซ้อมที่ดีคือการหาจุดสมดุลระหว่างสองข้อนี้อยู่เสมอ

3. 5 ประเภทการวิ่ง: E / M / T / I / R

Daniels แบ่งการวิ่งออกเป็น 5 ประเภทตามระดับความหนัก แต่ละประเภทกระตุ้นระบบสรีรวิทยาที่แตกต่างกัน และมีจุดประสงค์เฉพาะ:

E
Easy — วิ่งง่าย / Long Run
💓 HR: 65–79% HRmax
🫁 %VO₂: 59–74%
⏱️ Duration: 30–150 นาที
📏 Long run: ≤ 25% ของระยะสัปดาห์
“วิ่งแบบไม่ทรมาน” — คุยกับเพื่อนได้สบาย ใช้ warm up, cool down, recovery run และ long run ช่วยพัฒนาระบบหัวใจ-หลอดเลือด เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสร้าง aerobic base
M
Marathon Pace — เพซมาราธอน
💓 HR: ~82–88% HRmax
🫁 %VO₂: 75–84%
⏱️ Duration: ≤ 90 นาที หรือ ≤ 29 กม.
📏 Weekly limit: ≤ 20% ของระยะสัปดาห์
วิ่งในเพซที่จะใช้แข่งมาราธอนจริง ช่วยให้ร่างกายคุ้นเคยกับความหนักและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่จะใช้ในการแข่งขัน — Daniels เน้น race-specific neuromuscular adaptation มากกว่าเรื่องการเผาผลาญ
T
Threshold — Tempo Run
💓 HR: 88–92% HRmax
🫁 %VO₂: 83–88%
⏱️ Duration: 20–60 นาที
📏 Weekly limit: ≤ 10% ของระยะสัปดาห์
“หนักพอดี” (comfortably hard) — Daniels นิยามว่าเป็น “approximately one-hour race pace” หรือความเร็วที่สามารถรักษาได้ประมาณ 50–60 นาทีในการแข่งขัน พูดได้เป็นคำๆ ไม่ได้เป็นประโยค ทำเป็น Tempo run ยาว 20–40 นาที หรือ Cruise intervals (ช่วงๆ 5–15 นาที พักสั้น 1–3 นาที) เป้าหมาย: ดัน Lactate Threshold ให้สูงขึ้น
I
Interval — VO₂max Intervals
💓 HR: 98–100% HRmax
🫁 %VO₂: 97–100%
⏱️ Per rep: 3–5 นาที (800–1200 ม.)
📏 Weekly limit: ≤ 8% ของระยะสัปดาห์
ทำที่ความเร็ว VO₂max — “วิ่งหนักแต่ไม่ sprint” โดยทั่วไปใกล้เคียงกับความเร็วที่ใช้แข่งระยะ 3000 ม. หรือการแข่งขันที่ใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที พักระหว่าง rep แบบ Active recovery (จ็อกเบาๆ) เท่ากับ rep duration เพื่อให้หัวใจอยู่สูงพอและกลับสู่ระดับ VO₂max ได้เร็วขึ้นใน rep ถัดไป เป้าหมาย: เพิ่ม VO₂max
R
Repetition — Speed & Economy
💓 HR: ไม่ใช้ HR ควบคุม (rep สั้นเกิน)
⏱️ Per rep: ≤ 2 นาที (200–400 ม.)
📏 Weekly limit: ≤ 5% ของระยะสัปดาห์
วิ่งเร็วกว่า vVO₂max — ระบบแอโรบิกรับภาระไม่ไหว ต้องพึ่งพลังงานแบบ anaerobic ด้วย Daniels นิยาม R pace ผ่าน ความเร็วและ neuromuscular recruitment ไม่ใช่ %VO₂ คล้ายเพซ 1500 ม. หรือ 1 ไมล์ พักแบบ Complete recovery (เดินหรือยืนนิ่ง) จนรู้สึกพร้อมเต็มร้อย — ห้ามลดพักเพื่อเพิ่มความหนัก เพราะจะทำลายจุดประสงค์ของ workout เป้าหมาย: เพิ่มความเร็วและ Running Economy
🔑 Volume ตามที่ Daniels กำหนด: ใน 1 สัปดาห์ ระยะ R ≤ 5%, I ≤ 8%, T ≤ 10%, M ≤ 20% ของ weekly mileage — ส่วนที่เหลือ (~57% ขึ้นไป) จึงเป็น E run โดยปกติ quality workouts มีเพียง 2–3 วัน/สัปดาห์ เท่านั้น

4. ตาราง VDOT → เพซซ้อมจริง (min/km)

หาค่า VDOT ของคุณก่อนจากบทที่ 2 (คลิกที่นี่) จากนั้นใช้ตารางนี้กำหนดเพซซ้อมในแต่ละประเภท:

📌 ค่าตารางนี้คำนวณจากสูตร Daniels Running Formula — ตรวจสอบซ้ำกับ official calculator ที่ vdoto2.com ค่าอาจต่างได้ 1–3 วินาที/กม. คอลัมน์ “R pace” แสดงเวลาเป็น นาที:วินาที ต่อ 400 เมตร (ไม่ใช่ min/km)
VDOTMarathon equiv.HM equiv.5K equiv.E pace (range)M paceT paceI paceR pace (นาที/400ม.)
354:16:062:04:1226:587:12–7:456:045:315:091:58
403:49:371:50:5324:066:29–6:595:274:574:381:45
453:28:151:40:1421:485:54–6:224:564:304:131:36
503:10:391:31:3119:565:26–5:524:314:083:521:28
552:55:541:24:1618:225:02–5:264:103:503:351:21
602:43:221:18:0817:024:41–5:043:523:343:201:16
⚡ ตัวอย่างการใช้ตาราง

สมมติ: คุณวิ่ง 10K ได้ 52:00 → คำนวณ VDOT ≈ 42 → ใช้ค่าระหว่าง VDOT 40 และ 45

  • E pace ≈ 6:10–6:40 /km — วิ่ง warm up, cool down, long run ในช่วงนี้
  • T pace ≈ 4:43 /km — เพซ tempo run, cruise intervals
  • I pace ≈ 4:25 /km — เพซ 1000 ม. intervals
  • R (400m) ≈ 1:40 — เพซ 400 ม. reps

5. 4 ช่วงการซ้อม (Phase I–IV)

Daniels แบ่งฤดูกาลซ้อมออกเป็น 4 ช่วงตามลำดับ โดยปกติช่วงละ 4–8 สัปดาห์ (รวมประมาณ 20–24 สัปดาห์สำหรับ marathon):

Phase I
Foundation
FI — ฐานราก
สร้าง aerobic base สะสมระยะ E runs + Strides ท้าย workout บางวัน ห้ามรีบทำ quality
Phase II
Early Quality
EQ — speed + threshold
เริ่ม quality workouts: Q1 = R pace reps, Q2 = T cruise intervals เน้นความเร็วและ economy
Phase III
Transition Quality
TQ — VO₂max
ช่วงหนักที่สุด: Q1 = I pace intervals, Q2 = T cruise intervals พัฒนา VO₂max สูงสุด
Phase IV
Final Quality
FQ — race specific
ช่วงแข่งและ race-specific work: Q1 = M pace runs หรือแข่ง, Q2 = workouts เบาลง
📋 ลำดับความสำคัญของ Phase: FI > FQ > TQ > EQ — ถ้าเวลาน้อย Phase I (ฐานราก) สำคัญที่สุด อย่าข้ามไปทำ quality โดยไม่มีฐาน

6. Q1 / Q2 Workouts ต่อ Phase

Daniels แนะนำ 2–3 วัน “quality” ต่อสัปดาห์ ส่วนที่เหลือเป็น E เรียกวัน quality ว่า Q1 (หลัก), Q2 (รอง) และบางครั้ง Q3 (ครั้งที่สาม สั้นกว่า):

PhaseQ1 (Primary)Q2 (Secondary)เป้าหมายหลัก
Phase I (FI)Long E run (25% weekly)E + Strides 4–6×80 ม.Aerobic base, injury prevention
Phase II (EQ)R pace reps
เช่น 8×400m R (พักเดิน/ยืน 2–3 นาที)
Cruise intervals (T)
เช่น 4×1.6km T (1 นาทีพัก)
Speed + Economy + Threshold
Phase III (TQ)I pace intervals
เช่น 5×1000m I (3 นาทีพัก)
Cruise intervals (T)
เช่น 5×1km T (1 นาทีพัก)
VO₂max + Threshold
Phase IV (FQ)M pace long run
เช่น 10–12 กม. at M pace
T cruise intervals หรือ raceRace readiness + Maintenance
🏃 Strides คืออะไร?
  • วิ่ง 80–100 ม. ที่ความเร็วประมาณ R pace แต่ relaxed ไม่ใช่ sprint
  • ทำ 4–6 ครั้ง หลัง E run พักเดิน 1–2 นาทีระหว่างแต่ละ stride
  • ใช้ใน Phase I เพื่อ “เตือน” ขาให้คุ้นชินกับความเร็ว และพัฒนา running form
  • ไม่นับเป็น quality workout เพราะสั้นและ effort ต่ำ

7. วิธีออกแบบตารางซ้อมด้วยตัวเอง

ทำตาม 6 ขั้นตอนนี้ได้เลย:

1
คำนวณ VDOT ปัจจุบัน
ใช้ผลแข่งล่าสุดคำนวณ VDOT ผ่านเครื่องมือในบทที่ 2 หรือ vdoto2.com — ใช้ผลแข่งที่เกิดขึ้นภายใน 8–12 สัปดาห์ที่ผ่านมาเท่านั้น
2
กำหนดเวลาและวัน race เป้าหมาย
นับถอยหลังจากวันแข่ง แนะนำอย่างน้อย 18–24 สัปดาห์สำหรับ marathon, 12–16 สัปดาห์สำหรับ half marathon จัดสัดส่วน Phase ดังนี้:
  • Phase I — 25–30% ของเวลาทั้งหมด
  • Phase II — 20–25%
  • Phase III — 25–30%
  • Phase IV — 20–25%
3
กำหนดระยะสัปดาห์ (weekly mileage)
เพิ่มระยะอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความสามารถในการฟื้นตัวของร่างกาย — Daniels ไม่ได้กำหนดกฎ 10% โดยตรง แต่เน้นว่าควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มปริมาณหรือความหนักอย่างรวดเร็ว ทุก 3–4 สัปดาห์ให้มี “down week” ลดระยะลง 20–30% เพื่อฟื้นฟู Daniels ยังเสนอแนวคิด Training Points เพื่อช่วยประเมินภาระการซ้อมรวม โดยพิจารณาทั้งปริมาณและความหนัก ไม่ใช่ดูระยะทางเพียงอย่างเดียว
4
วาง Q1 และ Q2 ในสัปดาห์
วาง Q1 ต้นสัปดาห์ (วันอังคารหรือพุธ) Q2 กลางหรือปลายสัปดาห์ (วันพฤหัสหรือศุกร์) คั่นด้วย E days เสมอ ห้ามทำ quality วันติดกันยกเว้น Phase IV (สัปดาห์แข่ง)
5
ตั้งเพซจากตาราง VDOT
ใช้ตารางในหัวข้อ 4 หรือ official calculator — วิ่ง E ให้ช้าพอ (ห้ามเร็วกว่า E fast), วิ่ง T ให้หนักพอดี (ถ้าพูดได้สบายแปลว่าช้าเกิน) วิ่ง I ให้ครบ rep duration ที่ 3–5 นาที
6
อัปเดต VDOT ทุก 4–6 สัปดาห์
ถ้า VDOT เพิ่มขึ้น ให้อัปเดตเพซใหม่ ห้ามใช้เพซเดิมที่ “ง่ายเกินไปแล้ว” เพราะ stimulus จะไม่พอ แต่ถ้า VDOT ไม่เพิ่มขึ้นหลัง 6 สัปดาห์ อาจต้องทบทวนว่า recovery เพียงพอหรือไม่

8. ตัวอย่างสัปดาห์ซ้อมแต่ละ Phase

สมมติ: นักวิ่ง VDOT 45 ซ้อม 6 วัน/สัปดาห์ ระยะ ~60 กม./สัปดาห์ เป้าหมาย Half Marathon Sub-1:45

Phase I — Foundation

วันWorkoutระยะ/เวลา
จันทร์พัก / Cross-train
อังคารE run + 4 Strides10 กม.
พุธE run (Easy)8 กม.
พฤหัสE run + 4 Strides10 กม.
ศุกร์E run (Easy)6 กม.
เสาร์Long E run (≤ 25% weekly)15 กม.
อาทิตย์E run (Easy/Recovery)10 กม.

Phase II — Early Quality (EQ)

วันWorkoutรายละเอียด
จันทร์พัก
อังคารQ1: R reps2km E warmup + 8×400m R (พักเดิน/ยืน 2–3 นาที) + 2km E cooldown
พุธE run10 กม. @ E pace
พฤหัสQ2: Cruise Intervals2km E + 4×1.6km T (1 นาทีพัก) + 2km E
ศุกร์E run8 กม. @ E pace
เสาร์Long E run15–16 กม. @ E pace
อาทิตย์E recovery6–8 กม. ช้ามาก

Phase III — Transition Quality (TQ)

วันWorkoutรายละเอียด
จันทร์พัก
อังคารQ1: I Intervals2km E + 5×1000m I (3 นาทีพัก) + 2km E
พุธE run10 กม. @ E pace
พฤหัสQ2: Cruise Intervals2km E + 5×1km T (1 นาทีพัก) + 2km E
ศุกร์E run8 กม. @ E pace
เสาร์Long E / M mix16 กม.: 8E + 6M + 2E
อาทิตย์E recovery6 กม. ช้ามาก

Phase IV — Final Quality (FQ)

วันWorkoutรายละเอียด
จันทร์พัก
อังคารQ1: M pace long run2km E + 12–14km M + 2km E
พุธE run8 กม. @ E pace
พฤหัสQ2: T cruise intervals2km E + 3×2km T (2 นาทีพัก) + 2km E
ศุกร์E run6 กม. ช้า
เสาร์แข่ง / Time trial5K หรือ 10K race
อาทิตย์E recovery6 กม. ช้ามาก

9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

✕ 5 ข้อผิดพลาดที่ทำลายแผนซ้อม
  • วิ่ง E เร็วเกินไป — นักวิ่งส่วนใหญ่วิ่ง E ที่ ~80% HRmax ซึ่งหนักเกิน ทำให้ฟื้นตัวไม่ทัน และ quality workouts แย่ลง วิ่ง E ให้ช้าพอที่จะคุยโทรศัพท์ได้สบาย
  • วิ่ง T ช้าเกินไป — ถ้าพูดได้เป็นประโยคยาวขณะวิ่ง T แปลว่าช้าเกิน T pace ต้องรู้สึก “หนักพอดี” พูดได้เป็นคำๆ เท่านั้น
  • พักระหว่าง I reps สั้นเกินไป — I pace มีเป้าหมายให้สะสมเวลาใกล้ระดับ VO₂max (95–100%) ให้มากที่สุด ถ้าพักไม่พอ rep ถัดไปจะช้าลงเรื่อยๆ และหลุดออกจากโซนที่ต้องการ ให้พักแบบ Active recovery (จ็อกเบาๆ) เท่า rep duration (วิ่ง 4 นาที พักจ็อก 4 นาที)
  • ทำ quality ติดกัน 2 วัน — ร่างกายต้องการ 24–48 ชม. ฟื้นตัวหลัง quality workout คั่น E day เสมอ
  • ข้าม Phase I — นักวิ่งที่อยากซ้อมหนักมักข้ามช่วงฐานไปทำ intervals เลย ผลคือบาดเจ็บใน Phase II–III เสมอ ใช้เวลาอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ใน Phase I

10. สรุป

✅ Key Takeaways
  • ระบบ Daniels สร้างบนหลักการทางสรีรวิทยา ไม่ใช่ความรู้สึก — ทุก workout มีเหตุผลที่ชัดเจน
  • 5 ประเภทการวิ่ง (E/M/T/I/R) กระตุ้นระบบพลังงานต่างกัน และในทางปฏิบัติ E Run มักเป็นสัดส่วนหลักของการซ้อมทั้งหมด
  • ใช้ VDOT กำหนดเพซ — วิ่งตามความรู้สึกเป็นเพียงตัวเสริม ไม่ใช่ตัวหลัก
  • 4 Phases I–IV ช่วยแบ่งการพัฒนาอย่างเป็นระบบ — ไม่ข้ามขั้นตอน เฉพาะ Phase I (ฐานราก) สำคัญที่สุดและสร้างยากที่สุดที่จะทดแทน
  • Quality workouts มีเพียง 2–3 วัน/สัปดาห์ — ที่เหลือเป็น E run ทั้งหมด อย่า “เพิ่มคุณภาพ” ด้วยการวิ่ง E เร็วขึ้น
  • อัปเดต VDOT และเพซทุก 4–6 สัปดาห์ เมื่อฟิตเนสเพิ่มขึ้น เพซเก่าจะ “ง่ายเกินไป” และไม่ให้ stimulus ที่พอ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: ต้อง VDOT เท่าไหร่ถึงจะเริ่มทำ I intervals ได้?

ไม่มีเกณฑ์ VDOT ขั้นต่ำ — แต่ต้องผ่าน Phase I อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ก่อน ร่างกายต้องมีฐาน aerobic และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ/เอ็นพอที่จะรับ stress จาก I pace โดยไม่บาดเจ็บ

Q: ใช้ HR ควบคุมเพซ R ได้ไหม?

ไม่ได้ — R reps สั้นเกิน (≤ 2 นาที) หัวใจยังปรับ HR ไม่ทัน ใช้เวลา/ระยะทางและ pace per km แทน สำหรับ 400m R ให้ดูนาฬิกาตอนข้ามเส้นชัยและเปรียบกับเป้าหมาย

Q: วันที่รู้สึกเหนื่อยมาก ควรวิ่ง E ในเพซเท่าเดิมไหม?

ไม่ — Daniels อนุญาตให้ช้ากว่า E slow ได้เสมอถ้าร่างกายต้องการ E pace คือ “ช้าที่สุดที่ได้ประโยชน์” ไม่ใช่เพดานต่ำสุด วันที่เหนื่อยมากอาจหมายถึงต้องการ recovery run หรือพัก

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าพร้อม move ไปยัง Phase ถัดไป?

ดูจาก: (1) ครบเวลาที่กำหนดไว้ใน Phase (2) รู้สึกว่า workouts ใน Phase นี้ “จัดการได้” แล้ว ไม่ใช่เพราะง่าย แต่เพราะร่างกาย adapt (3) ไม่มีบาดเจ็บค้างอยู่ หากยังไม่แน่ใจ ให้อยู่ใน Phase เดิมต่อได้เสมอ

Q: ถ้าวิ่ง marathon ระบบนี้ใช้ได้จริงไหม หรือเหมาะแค่ 5K/10K?

Daniels ออกแบบระบบนี้สำหรับทุกระยะ รวมถึง marathon โดยเฉพาะ Phase IV (FQ) จะเน้น M pace มากขึ้น ผู้วิ่ง marathon จะใช้ M pace เยอะกว่า และ R/I น้อยกว่าเมื่อเทียบกับนักวิ่ง 5K–10K

📚 อ้างอิง

  1. Daniels, J. (2014). Daniels’ Running Formula (3rd ed.). Human Kinetics.
  2. Daniels, J.T., & Gilbert, J. (1979). Oxygen power: Performance tables for distance runners. Published by authors.
  3. Midgley, A.W., McNaughton, L.R., & Jones, A.M. (2007). Training to enhance the physiological determinants of long-distance running performance. Sports Medicine, 37(10), 857–880.
  4. Billat, V.L., et al. (2001). The concept of maximal lactate steady state. Sports Medicine, 31(6), 411–427.
  5. Jones, A.M., & Carter, H. (2000). The effect of endurance training on parameters of aerobic fitness. Sports Medicine, 29(6), 373–386.
  6. vdoto2.com — Official Jack Daniels VDOT Calculator. V.O2 Running Calculator. Retrieved June 2026 from https://vdoto2.com/calculator/

3 thoughts on “วางแผนซ้อมวิ่งแบบ Jack Daniels”

  1. Pingback: ตารางซ้อม Full Marathon 18–20 สัปดาห์: วิ่งให้จบและทำเวลา | TheSubList

  2. Pingback: ตารางซ้อม Half Marathon 12–16 สัปดาห์: วิ่งให้จบและทำเวลา | TheSubList

  3. Pingback: ตารางซ้อมวิ่ง 5K & 10K จากมือใหม่สู่การทำเวลา - TheSubList

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *